CO.CC:Free Domain

Reb A - A Great New Sweetener

If you've read lately on Stevia, and you may have noticed, "GRAS classified" evidence of Reb A, also known as rebiana or more officially known, was won rebaudioside A. These natural sweetener from the leaves of the stevia plant finally as a (generally recognized as safe) food additive by the FDA in December last year.

Keep in mind that obesity is practically an epidemic in the United States, this is clearly an opportune time for the natural, zero calories Reb Abe available to consumers.

What exactly is Reb A?

Reb A is from the plant Stevia rebaudiana, which grows naturally in South America. Natives there have been with the leaves of this plant as a sweetener for centuries. A substance known scientifically steviol glycoside rebaudioside A is produced from the leaves of this plant herbs and Reb A is extracted from it.

Although rebiana is one of many ofsweet substances which can be extracted from the stevia plant, is not with stevia, you can find in health food stores as dietary supplements are confused.

Reb A is incredibly intense in terms of sweetness. Stevia extract powder and other forms of stevia sweeteners are typically 300 times sweeter than sugar. This substance is also very sweet, at least 200 to 300 times the sugar that you have your cereal. Reports dovary, as it shows an up to 450 times sweeter.

Regardless, it is widely regarded as one of the best and sweetest flavor of all Steviolglykoside different people.

Currently, Reb A rebiana or trade names are in the market in a variety. These include PureVoice and Truva. Of course, the Company completed the sale of this product, value very much the fact that it comes from a plant, using natural sweetener. This canbe very attractive to many consumers who care about the potential hazards most commonly reported non-natural sweeteners such as aspartame, saccharin and sucralose.

How Sweetleaf Stevia Reb-A has a long list of advantages that make it the ideal choice for people of all kinds. The following is a list:


It has zero calories, so it does not contribute to weight gain

It does not cause any spikes or drops in blood sugar, which is especially useful for people with diabetesor hypoglycemia

It only takes a small amount of a sweet high-level bid

It 's great for cooking and oven

It helps make the bacteria in the mouth, plaque less, and therefore less tooth decay and other oral health problems

E 'considered to be completely safe and has no proven side effects

It dissolves easily in water

The sweet taste of sugar is more durable

Now that is marketed in the United States, it will be interesting to see if consumers moreTop of the elections compared to other sugar alternatives A Reb. Considering all these great benefits, this is definitely to be considered a sweetener!

คาดราคาเมนบอร์ดอาจปรับตัวเพิ่มขึ้น 5-10% ในช่วงครึ่งแรกปีนี้

สื่อเว็บไซต์อุตสาหกรรม DigiTimes คาดการณ์ว่า ภายในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ราคาเมนบอร์ดอาจมีการปรับตัวสูงขึ้นราว 5-10% โดยเฉลี่ย หรืออาจจะเกิน 15% ทั้งนี้จะต้องอาศัยตัวแปรสำคัญอื่นๆ

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ บริษัทผู้ผลิตเมนบอร์ดอันดับหนึ่งจากไต้หวัน Asus ก็พร้อมที่จะมีการปรับราคาขายเมนบอร์ดแล้ว โดย Chewei Lin ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจเมนบอร์ดของอัสซุสเทค กล่าวว่า ราคาขายที่จะมีการเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น จะต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและตำแหน่งของสินค้านั้นๆ

สำหรับราคาขายที่มีการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเป็นตอบสนองปัญหาการขาดแคลนแรงงานในเมืองจีน บวกกับสภาวะค่าเงินดอลล่าร์แข็งตัว และการขึ้นราคาของอุปกรณ์ชิ้นส่วนย่อยๆ อาทิเช่น ทองแดงที่ปัจจุบันตลาดมีราคาขายพุ่งสูงถึง 9,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 30% จากหกเดือนก่อน อย่างไรก็ดี เราคาดการณ์ว่าค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคจะยังไม่เพิ่มขึ้นมากจนน่าตกใจ เพราะการขยายตลาดของเมนบอร์ดและราคาชิ้นส่วนที่สามารถผลิตได้เอง

ถึงแม้ว่าจะเป็นข่าวดีที่ว่าผู้บริโภคอาจจะไม่ต้องควักกระเป๋าเพิ่มเพื่อซื้อเมนบอร์ดในราคาที่แพงกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้วคงไม่มีใครที่จะซื้อเมนบอร์ดมาใช้งานเพียงอย่างเดียว ซึ่งตรงจุดนี้ถ้ามันเป็นไปตามที่สำนักข่าวคาดการณ์ไว้ เราก็เชื่อว่ามันคงยากที่จะคาดเดาถึงความผันผวนของแต่ละชิ้นส่วนที่จะส่งผลกระทบต่อการขายคอมพิวเตอร์ด้วย

รวมเทคโนโลยีไอทีน่าสนใจในรอบปี 2553 (ต่อ)

ระบบนำทาง GPS ได้รับความนิยมมากขึ้น ราคาถูกลง ทุกคนรู้จัก GPS กันมากขึ้น มีการพัฒนาแผนที่นำทาง การตั้ง POI จุดที่น่าสนใจไว้ให้ การผสานกับ Social Networking มากขึ้น

กล้องดิจิตอล กล้องวีดีโอราคาถูกลง รองรับการอัพโหลดขึ้นสู่ youtube ได้ง่ายไม่ต้องลำบากแปลงไฟล์

อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล SSD ได้รับความนิยมมากขึ้น ในขณะที่ USB Flash drive มีราคาถูกลง เริ่มต้นที่ 2 / 4 / 8GB
ก็คุ้มสุด ๆ รวมไปถึงการพกพา External Hard Drive กันมากขึ้น เริ่มต้น 250 / 320 / 500GB จนถึง 1TB ก็เป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว

ที่ไม่พูดถีงไม่ได้เลยก็คือ ตลาดมือถือปีนี้ ทัชโฟนราคาไม่กี่พัน จนไปถึงหลายหมื่นออกมาให้เล่นกันเยอะมาก กล้องถ่ายรูปเป็นคุณสมบัติสำคัญไปเสียแล้ว สองพันกว่าบาทก็มีกล้อง ฟังวิทยุ ฟังเพลงได้สบาย

การใช้อุปกรณ์พกพานอกสถานที่บ่อยๆ ทำให้เทรนด์การใช้งาน Mobile Booster ชาร์จไฟแบบพกพา มีมากขึ้น มีการใช้งาน data หนักขึ้น การใช้งาน Air Card มีมากขึ้น ทำให้ทุกคนสามารถใช้โน้ตบุ๊ก เน็ตบุ๊กได้ทุกสถานที่
ไม่ต้องง้อ Wi-Fi เพราะมี Air Card แบบ USB ทุกค่ายมือถือมีจำหน่าย

และปีนี้ก็คือปีทองของ SmartPhone อย่าง BlackBerry, iPhone, Android ต้นปีหลายๆคนได้มีโอกาสสัมผัสกับ Google Nenus One ต่อมาก็มาที่ความแรงของ Samsung Galaxy Spica, Wellcom A88 ที่สร้างชื่อให้ Wellcom จนมาถึง iPhone 3GS ที่ดีแทค นำเข้ามาขาย แล้วต่อด้วย iPhone4 การเข้ามาของ BlackBerry ที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทุกอย่างของคนต้องกดบีบีแช็ตตลอดเวลา ถ่ายรูป โพสลง Facebook, twitter ตลอด

การเข้ามาของการเชื่อมต่อ USB 3.0 การใช้งาน Bluetooth / Wi-Fi เป็นเรื่องธรรมดามาก ทุกคนรู้จัก EDGE / GPRS ไม่ต้องสาธยายความ หลายๆคนได้สัมผัสกับ 3G ในบางพื้นที่

ในส่วนของซอฟต์แวร์อย่าง Anti-virus ก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น ราคาถูกลง หลายๆคนใช้ของแท้ อัพเดตตลอด รู้จักแบรนด์ของ Anti-virus กันมากขึ้น

จากอาญชกรรมต่างๆ ทำให้กล้องวงจรปิดได้พัฒนาไปมาก มีการปรับปรุงซอฟต์แวร์ พัฒนาความละเอียดในการถ่ายภาพ การตรวจจับวัตถุเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ฉลาดขึ้น

การตัดต่อ Youtube เริ่มมีการพูดถึง มีบทบาทมากขึ้น เพราะทุกคนผลิตสื่อได้เอง

ส่วนระบบปฏิบัติการในปีนี้ ใครๆก็ใช้ Windows 7 ของแท้ ที่มีมาพร้อมกับโน้ตบุ๊กหลายๆรุ่น หลายคนเริ่มหันมาใช้ Windows 7 กันมากขึ้น ในขณะที่หลายๆคนก็หันไปซื้อ MacBook, iMac กับราคาเครื่องที่ถูกลงกับ OS ใหม่ๆ

นวัตกรรมใหม่อย่าง มินิโปรเจคเตอร์ของ 3M ก็ถือว่าปฏิวัติวงการ การนำเอาหน้าจอบน iPhone ไปนำเสนอบนโปรเจคเตอร์ขนาดพกพา ที่ให้ความสามารถที่น่าทึ่งในแบบพกพา

หลายค่ายลงมาเล่นในกลุ่มสินค้าลำโพงพกพา และโฮมเธียเตอร์ สำหรับ iPhone, iPod มากขึ้น สินค้าที่รองรับ iPad ก็มีมากขึ้นด้วยเช่นกัน

การเปิดตัวของมือถือหลายค่ายที่น่าจับตาอย่าง Acer, ASUS ที่หันมาเล่น Android รวมไปถึง LG, Samsung, HTC ที่ยกขบวนเข้ามา

กลุ่มสินค้าที่เป็น Online Streaming หรือ media player อย่าง WD TV Live ก็ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตอบรับกระแสของ Home Entertainment

กระแสแรงที่ไม่พูดไม่ได้เลยก็คือ Microsoft Office 2010 ที่ของแท้แบบ Home & Students ถูกน่าใช้มาก การทำงานต่างๆไหลลื่นกว่าเดิม แนะนำว่า ปีหน้า คุณก็ต้องใช้ Office 2010

หากมองกันจริงๆ ปีนี้ถือว่าตลาดออนไลน์โตเร็วมาก ทำให้อุปกรณ์และอุตสาหกรรมทุกอย่างเติบโตอย่างรวดเร็ว มีองค์ประกอบหลายๆอย่างทำให้ไอทีเติบโตได้เพราะอินเทอร์เน็ตเข้าถึง EDGE 3G เข้าถึง สินค้าไอทีโตขึ้น รอติดตามว่าปีหน้า 54 จะมีอะไรดีๆ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม PCToday ครับ

บทความโดย yokekung จาก www.pctodaythailand.com
Kids Electric Toothbrush Online Shop

รวมเทคโนโลยีไอทีน่าสนใจในรอบปี 2553

วันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเสียเหลือเกิน PCToday ในฐานะสื่อหนึ่งที่อยู่เคียงข้างคนไอทีมาโดยตลอด ได้แนะนำการเลือกซื้อ การใช้งานสินค้าต่างๆ ลองมาย้อนดูว่า ปีนี้ มีเทคโนโลยีอะไรที่เคลื่อนไหวบ้าง

ตั้งแต่ต้นปี กระแสการเปิดตัว Tablets อย่าง iPad และ HP Slate ก็เป็นข่าวหนาหู จนถึงวันเปิดตัว iPad ที่ช่วงแรกที่เป็นข่าวหนาหู ในการเปิดตัว Tablets ที่รองรับการอ่าน E-Books ทำให้ปีนี้ทุกคนมองกระแส E-Books มาแรง สื่อดิจิตอลเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ค่าบริการอินเทอร์เน็ตถูกลง มีการเพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่อ (ดาวน์โหลด) มากขึ้น

ในขณะเดียวกันการเติบโตของ Youtube ก็ทำให้เราใช้การอัพโหลด มากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน รวมไปถึงการเป็นสื่อพลเมือง User-Generated contents ได้เอง ทุกคนมี Social Network สามารถใช้งานเป็น Social Media ได้
ทุกคนมี blog, facebook, twitter, webboard มีสื่อของตนเอง

สิ่งที่ทุกคนได้สัมผัสในปีนี้ นอกจากโน้ตบุ๊ก เน็คบุ๊ก ที่มีการพัฒนาความเร็วแล้ว การเชื่อมต่อ 3G ก็ถูกพูดถึงมากที่สุดในปีนี้
การนำเอาเทคโนโลยีมือถืออย่าง RFID เข้ามาช่วยอย่าง Touch SIM การจำหน่ายอุปกรณ์ Mi-Fi การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงาน ความปลอดภัย ได้รับการพูดถึงมากขึ้น

เครื่องพิมพ์เลเซอร์สีเองก็ได้พัฒนาไปมาก ราคาก็ถูกลง จอภาพก็ใหญ่ขึ้นราคาเป็นเจ้าของได้มากขึ้น อุปกรณ์จัดเก็บอย่าง External Harddrive ก็มีการพัฒนาขึ้นมาก ความเร็วมากขึ้น ไม่ได้เพิ่มแค่ความจุ การเชื่อมต่ออย่าง eSATA, SATA3 มีให้เห็นมากขึ้น

Visual Computing, Cloud Computing ได้รับความนิยมมากขึ้น มีการพูดถึงมากขึ้น สิ่งที่พลิกวงการซีพียูคือการเปิดตัว ซีพียู อินเทล คอร์ i3, i5, i7 ตอบโจทย์การใช้งานในแต่ละรูปแบบ

การ์ดแสดงผลได้รับการพัฒนามากขึ้น ทั้งบนเดสก์ทอปและโน้ตบุ๊ก เน็ตบุ๊ก รวมไปถึงอุปกรณ์พกพาต่างๆ ในการแสดงผลแฟลช การรันแอพพลิเคชั่นต่างๆ เกมต่างๆที่ออกมาในหลากหลายอุปกรณ์

จอภาพก็ได้รับความนิยมมากขึ้่น หลายๆคนเริ่มใช้จอ 2 จอในการทำงาน เพราะจอเดียวอาจไม่พอในการทำงานแบบ Multi-tasking และการใช้งานความบันเทิง

พอร์ตเชื่อมต่อก็เปลี่ยนไป HDMI, Mini HDMI, DVI ได้รับการพัฒนามากขึ้น เป็นมาตรฐานมากขึ้น แถมตอนนี้หลายๆคนเริ่มต่อหลายจอ ทำให้การรับชมเพลิดเพลินมากขึ้นด้วย

ในทุกๆเทคโนโลยีหันมาสนใจด้านการจัดการพลังงานมากขึ้น การบริหารการใช้งานแบตเตอรี่ การออกแบบหน้าจอของอุปกรณ์พกพาต่างๆ การใช้เทคโนโลยีของการผลิตหน้าจอ มีผลในการทำงานของแบตเตอรี่ด้วย และการลดเสียงรบกวนในการใช้งานก็เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติยอดฮิตในปีนี้

ติดตามต่อได้ในโพสต์หน้าครับ...

บทความโดย yokekung จาก www.pctodaythailand.com
Best Kids Electric Toothbrush

Apple เผยเตรียมเร่งเพิ่มกำลังผลิต iPhone ในปีหน้า

ตัวแทนจาก Apple ได้ออกมากล่าวรายงาน คาดว่าในไตรมาสถัดไปจะสามารถส่งออกไอโฟนได้มากถึง 20-21 ล้านเครื่องทั่วโลก โดยเกือบๆ 25% ของทั้งหมดจะเป็นโทรศัพท์มือถือระบบ CDMA

โดย DigiTimes ได้รายงานข่าวว่า อ้างอิงจากแหล่งข่าวที่มาตามปกติโดยตัวแทนซัพพลายเออร์ไต้หวัน ระบุ Apple ตั้งเป้าส่งออกไอโฟนในไตรมาสแรกของปี 2011 ไว้อยู่ที่ราว 20-21 ล้านเครื่อง จากเดิมที่มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 19 ล้านเครื่องก่อนหน้านี้
ซึ่งตัวแทนซัพพลายเออร์ที่ผลิตส่วนประกอบชิ้นส่วนให้กับไอโฟนยังได้กล่าวคอนเฟิร์มยืนยันถึงความพร้อมในครั้งนี้อีกด้วย

ถ้าเรื่องนี้เป็นความจริง จะเท่ากับว่า มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดจาก 15.5 ล้านเครื่องในไตรมาสที่สี่ โดยตลอดปีที่ผ่านมา Apple น่าจะสามารถส่งออกไอโฟนได้ราว 47 ล้านเครื่องทั่วโลก สำหรับในไตรมาสแรกหน้านี้ Apple ตั้งเป้าว่าจะส่งออกไอโฟนที่รองรับระบบ CDMA ประมาณ 5-6 ล้านเครื่อง โดยจะรันบนเน็ตเวิร์กของ Verizon ซึ่งทั้งหมดตั้งใจจะส่งออกไปขายยังอเมริกาเหนือและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในช่วงไตรมาสแรก เพื่อเติมเชื้อเพลิงให้กับ Verizon ในการเข้ามารับหน้าที่เป็นตัวแทนผู้ให้บริการไอโฟนในไตรมาสต่อๆไปนั่นเอง

Source : CNET

เตรียมพบ Facebook E-mail เปิดตัวเร็วๆนี้

มีข่าวออกมาอย่างถ้วนหน้ากับข่าวลือของ Facebook ที่จะเปิดบริการ Email Service หากคุณอยากมีอีเมล์แอดเดรสเป็น @facebook.com ฝันของคุณกลายเป็นจริงแล้ว เพราะล่าสุด Facebook ออกมาประกาศบริการใหม่ที่เรียกว่า “Facebook Messages”

ทางบริษัทกล่าวว่า Facebook Messages ประกอบด้วย อีเมล์ ระบบข้อความของเฟซบุ๊ค SMS ตลอดจนไคลเอ็นต์ที่ใช้สำหรับ chat และดูเหมือนว่า จะมีการให้บริการ VoIP ในบริการใหม่นี้ด้วย เรียกได้ว่า ผู้ใช้ Facebook สามารถสื่อสารกับเพื่อนๆ ได้ทุกทาง โดยทั้งหมดจะผูกกับอีเมล์แอดเดรส @facebook.com ของคุณ นอกจากนี้ มันยังสามารถรีไดเร็กต์อีเมล์จาก Gmail เข้ามาที่นี่ได้อีกด้วย และแน่นอนว่า บริการดังกล่าวจะได้รับการพัฒนาให้เป็นแอพฯ บน iPhone ในเร็วๆ นี้

Facebook Messages ยังมีการให้บริการจัดเก็บข้อความที่โต้ตอบกันอีกด้วย โดยจะบันทึกทุกๆ รูปแบบของการติดต่อของคุณกับเพื่อนๆ ไว้ในที่เดียว (one-stop conversation shop) ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นเรื่องราวที่สนทนากับเพื่อนๆ ได้ทั้งหมด นอกจากนี้เฟซบุ๊คยังจะได้แนะนำ Social Inbox ที่จะทำให้คุณรับเมสเสจจากเพื่อน และเพื่อนของเพื่อนเท่านั้น พวกข้อความขยะจะไปอยู่ในโฟลเดอร์อื่น ผู้ใช้สามารถย้ายเพื่อนจากโฟลเดอร์หนึ่งไปยังอีกโฟลเดอร์หนึ่งได้ หรือให้อีเมล์ตีกลับไปยังผู้ส่งที่ไม่ใช่เพื่อนได้

หากเป็นเช่นนั้นจริง คนที่ดูจะตื่นเต้นก็คงจะเป้นสมาชิก Facebook ที่จะต้องรีบเข้าไปจับจองชื่อเด็ดๆ ของตนเอง และสำหรับคนที่จะหนาวและจะต้องคอยดูแบบไม่กระพริบตาก็น่าจะเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ ซึ่งหมายถึง Gmail, Hotmail และ Yahoo! Mail ที่คงแอบเซ็งว่าเฟซบุ๊คจะควบทำทุกอย่างเลยรึเปล่า แค่ Social network และ Social Gaming ก็แทบจะทำให้ Messenger Chat และ Game บน Portal แทบจะขาดคนเล่นอยู่แล้ว นี่ยังจะมี Email Service ออกมาอีก

หากบริการ Email Service ของ Facebook ตอบสนองการใช้งานให้กับสมาชิกจริงๆ เราก็เชื่อว่าอนาคต Email Direct Marketing และการขายแบนเนอร์โฆษณาบน Email จะต้องถึงจุดแข่งขันกันอย่างเข้มข้นมากขึ้น น่าเห็นใจที่ทั้ง MSN, Google และ Yahoo! ต่างพยายามคิดวิธีนำระบบ Email ของตนเองเชื่อมเข้าระบบ Social network ทั้งของ Facebook และ Twitter คนรุ่นใหม่เริ่มไม่ใช่อีเมล์ในการสื่อสารเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในขณะที่คนเหล่านี้กำลังเลิกใช้อีเมล์สำหรับส่งข้อความ และแชต พวกเขาก็จะหันไปใช้ช่องทางรวมสำหรับการสื่อสาร (communication hub) ของ Facebook

Facebook Messages ยังเพิ่มความสามารถในการเปิดไฟล์แนบที่เป็นเอกสาร Office โดยไม่ต้องออกจากเฟซบุ๊คได้อีกด้วย ซึ่งงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Facebook กับ Microsoft และในอนาคตอันใกล้ ผลลัพธ์การค้นของ Facebook จะปรากฎใน Bing ได้แบบเรียลไทม์

หากว่าท่านต้องการที่จะขอคำเชิญ (invite) เพื่อการเข้าใช้งาน The New Messages สามารถล็อกอิน facebook จากนั้นเปิดเข้าไปที่ URL http://www.facebook.com/about/messages/ คลิกเลือกที่มุมล่างขวา Request for Invite

ได้เวลา Microsoft ปล่อย Windows 7 Service Pack1 (RC)

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางทีมงานไมโครซอฟท์ได้ทำการเปิดตัวเวอร์ชั่น Release Candidates ของซอฟท์แวร์อัพเดตระบบปฏิบัติการ Windows 7 Service Pack 1 และ Windows Server 2008 R2 Service Pack 1 ให้ลองใช้ฟรี

โดยเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดนี้ จะเป็นเวอร์ชั่นทดสอบเวอร์ชั่นสุดท้ายที่ถูกส่งออกมาก่อนเวอร์ชั่นเต็มที่มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในต้นปีหน้า โดย Windows 7 SP1 เวอร์ชั่น RC นี้ จะไม่มีฟังก์ชั่นใหม่ที่เพิ่มเข้ามาเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับเวอร์ชั่นเบต้าแรกที่ส่งออกมาเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ทีมงานไมโครซอฟท์เคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่า ระบบปฏิบัติการ Windows 7 SP1 จะยังไม่มีการนำเสนอสิ่งใหม่ แต่จะปรับปรุงการทำงานบางอย่างให้ดีขึ้นเล็กน้อยและมีการแก้ไขข้อบกพร่องในบางจุด ในส่วนของการอัพเดต Windows Server 2008 R2 SP1 นี้ จะมีการเพิ่มออพชั่นบางอย่างเข้าไป อาทิ ฟังก์ชั่น RemoteFX ใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ดูแลระบบไอทีสามารถปรับใช้ Windows 7 ผ่านทางระบบเสมือนจริง โดยพนักงานของบริษัทจะสามารถเข้าถึงองค์ประกอบเสมือนต่างๆจากหลากหลายอุปกรณ์และยังคงใช้ประโยชน์จากส่วนติดต่อผู้ใช้กราฟิกแบบเต็มรูปแบบ

สำหรับเวอร์ชั่นเต็มนั้น ยังไม่มีการระบุวันที่ที่แน่นอน แต่จากที่แพลนกันไว้ตั้งแต่เริ่มแรก จะอยู่ในช่วงราวไตรมาสแรกของปี 2011 รายละเอียดและลิ้งค์ดาวน์โหลดของ Windows 7 SP1 เวอร์ชั่น RC สามารถเข้าไปชมได้ที่เวบไซต์
http://technet.microsoft.com/en-us/windows/default.aspx

Designed by Posicionamiento Web | Bloggerized by GosuBlogger | Blue Business Blogger