สาวก Apple เตรียมใช้งาน Opera Mini ผ่าน App Store
Opera Software เตรียมส่ง Opera Mini เข้าให้ทีมงาน Apple ตรวจสอบขั้นสุดท้ายวางขายใน Apps Store แล้ว
หลังจากที่เปิดตัวบราวเซอร์ Opera สำหรับระบบปฎิบัติการ iPhone ไปเมื่องาน MWC 2010 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทีมพัฒนาซอฟท์แวร์สัญชาตินอร์เวย์ได้ประกาศพร้อมเปิดตัว Opera Mini ดังกล่าวในขั้นตอนสุดท้ายพร้อมรอส่งขึ้นจำหน่ายผ่าน Apps Store เรียบร้อยแล้ว
โดย Opera Mini นั้นจะเป็นบราวเซอร์ที่มีความเร็วมากกว่าบราวเซอร์ Safari (ซาฟารี) เดิมของ Apple หลายเท่าตัว โดยในวีดีโอตัวอย่างที่แสดงเครื่อง iPhone 3GS บนเครือข่าย Edge นั้น เครื่องที่ใช้ผ่าน Opera Mini ได้โหลดหน้าเว็บเพจไปแล้วกว่า 6 หน้าในขณะที่ Safari ยังโหลดและแสดงผลได้เพียงแค่ครึ่งหน้าเท่านั้น อย่างไรก็ตามยังคงมีข้อกังขาอยู่ว่า Apple จะยอมให้ Opera Mini เปิดตัวบน Apps Store หรือไม่เนื่องจากเป็นการขัดประโยชน์โดยตรงต่อซอฟท์แวร์ของตนเอง
06:46 | ป้ายกำกับ: apple, app store, browser, mobile, opera mini | 0 Comments
เปิดตัว Samsung OMNIA II สมาร์ทโฟนเพื่อคนทันสมัย
Samsung ได้ฤกษ์เปิดตัว Samusng OMNIA II สุดยอดโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหนึ่งรุ่น ที่ใครหลายๆ คนรอคอย ซึ่งได้รับการออกแบบมา เพื่อผู้ใช้สมาร์ทโฟน ที่ต้องการประสบการณ์ด้านมัลติมีเดีย แบบเต็มอรรถรส เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานมากกว่าที่เคยเป็น ภายใต้หน้าจอขนาดใหญ่ 3.7 นิ้ว ให้ความคมชัดใสในทุกรายละเอียด แม้จะอยู่ในสภาพที่มีแสงแดดจ้าก็ตาม
Samsung OMNIA II รุ่นนี้จะมีจุดเด่นอยู่ที่ ไอคอนบนหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และวางโครงสร้างที่เรียบง่าย ช่วยให้ใช้งานอินเทอร์เฟซได้อย่างคล่องตัว พร้อมทั้งยังมีเทคโนโลยี TouchWiz 2.0 และเอฟเฟ็คท์ 3 มิติ ที่ช่วยการใช้งานด้านมัลติมีเดีย และการใช้งานหลายแอพพลิเคชันพร้อมๆ กัน เป็นไปอย่างสนุกสนาน รวมไปถึงเทคโนโลยี R Touch (Resistive Touch) ที่พร้อมตอบสนองการสัมผัสได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าที่เคยมีมา ภายใต้จอแสดงผล AMOLED ขนาดใหญ่ 3.7 นิ้ว 65,536 สี ที่มาพร้อมกับความละเอียด WVGA 480 x 800 พิกเซล ที่สามารถเล่นและบันทึกวิดีโอคุณภาพระดับ DVD 480p .jpg)
Samsung OMNIA II จะรองรับระบบการเครือข่าย UMTS (900/1900/2100) และ Quadband (GSM 850/900/1800/1900 MHz) รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านทาง 3G-HSDPA 7.2Mbps, EDGE/GPRS, Wi-Fi, Bluetooth v2.0 และสาย USB 2.0 มีระบบนำทางผ่านดาวเทียม GPS ในตัว รันบนระบบปฎิบัติการ Windows Mobile 6.1 Professional ที่ออกแบบมาเพื่อเอื้อต่อการใช้งานในเชิงธุรกิจ พร้อมรับการอัพเกรดเป็น Windows Mobile 6.5 Professional โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
Samsung OMNIA II ติดตั้งกล้องดิจิตอลที่มีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ซูมดิจิตอลได้ 4 เท่า พร้อมระบบ Auto Focus และแฟลช LED แบบคู่ สามารถปรับค่า ISO ได้ตั้งแต่ 50/100/200/400 สามารถเล่นไฟล์วิดีโอได้หลากหลายฟอร์แมตอย่าง DivX, XviD, MPEG4, H.263, H.264, WMV และบันทึกวิดีโอได้ด้วยฟอร์แมต MPEG4 และ H.263 รวมไปถึงการรองรับไฟล์เสียงต่างๆ และวิทยุ FM อีกด้วย โดยจะมีหน่วยความจำภายใน 8 กิกะไบต์ รองรับการ์ดความจำภายนอกได้สูงสุดถึง 32 กิกะไบต์ ช่วยให้คุณเก็บไฟล์ดิจิตอลเพื่อความบันเทิงต่างๆ ได้อย่างไร้ขีดจำกัด
Samsung OMNIA II จะใช้แบตเตอรี่ที่มีขนาด 1500 mAh ที่สามารถเปิดรอรับสายได้นาน 430 ชั่วโมง สนทนาได้นานต่อเนื่อง 12 ชั่วโมงสำหรับ GSM และเปิดรอรับสายได้นาน 430 ชั่วโมง สนทนาได้นานต่อเนื่อง 8 ชั่วโมงสำหรับเครือข่าย 3G ภายใต้ขนาด 118 x 59.6 x 12.3 มิลลิเมตร หนัก 129 กรัม Samsung OMNIA II จะวางจำหน่ายอยู่ที่ราคา 23,900 บาท (รุ่น 8 กิกะไบต์) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มเรียบร้อยแล้ว พร้อมรับประกันการใช้งานนาน 1 ปีเต็ม
ข้อมูลจาก http://th.samsungmobile.com
07:29 | ป้ายกำกับ: มือถือ, mobile, omnia II, samsung, smartphone | 0 Comments
เครือข่าย 3G ใช้งานได้แล้วครั้งแรก ที่กรุงเทพฯ
นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากการที่เอไอเอสได้เปิดตัวบริการ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สายและมือถือเห็นหน้าได้ด้วยเทคโนโลยี HSPA บนคลื่นความถี่ 900 เม็กกะเฮิร์ตซ เป็นรายแรกของประเทศไทย ภายใต้ชื่อ 3GSM advance เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงบนมือถือ และให้คำแนะนำในการพัฒนารูปแบบบริการให้ตรงใจมากยิ่งขึ้นนั้น”
“เพื่อเป็นการขยายการรับรู้และให้ลูกค้าเอไอเอสชาวกรุงเทพฯ ทั้ง GSM advance และ One-2-Call! ได้สัมผัสประสบการณ์จากอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สายอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2551 เอไอเอส จึงเปิดให้บริการ 3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA บนคลื่นความถี่ 900 เม็กกะเฮิร์ตซ เป็นรายแรกในกรุงเทพมหานครฯ โดยเริ่มติดตั้งเครือข่ายครอบคลุมบริเวณโซนพลาซ่า ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และ เอไอเอส ฟิวเจอร์เวิลด์ สยามพารากอน เนื่องจากมองว่าเป็นพื้นที่ใจกลางเมือง เป็นศูนย์รวมของทั้งนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน หรือ ครอบครัว จึงเหมาะที่จะใช้เป็นพื้นที่เริ่มต้นให้ชาวกรุงเทพฯ ได้มาทดลองใช้งานจริง โดยลูกค้าเอไอเอส ทั้ง GSM advance และ One-2-Call! สามารถใช้บริการได้ทันที เพียงแจ้งเปิดใช้บริการ 3G ที่สำนักงานบริการเอไอเอส ชั้น 4 เซ็นทรัล เวิลด์ หรือ โทรแจ้งที่ AIS Call Center 1175”
สำหรับบริการที่เปิดให้ทดลองใช้จริงนี้ ประกอบด้วย มือถือเห็นหน้าได้ (Video Call), บริการข้อมูลทั้งหมดใน AIS Mobile Internet ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น TV on Mobile ซึ่งจะมีภาพและเสียงที่คมชัดมากยิ่งขึ้น รวมถึงการใช้งาน Wireless Hi-Speed Internet โดยอัตราค่าบริการ Data นั้น จะคิดตามปริมาณข้อมูลที่ใช้งานจริง ส่วนโปรโมชั่น Voice Call จะเป็นโปรโมชั่นเดิมที่ใช้งานอยู่ โดยปัจจุบันมีมือถือที่รองรับการใช้งานแล้วหลากหลายรุ่นด้วยกัน อาทิ Nokia 5320, 6121, 6220, E6, E71,N78,N79, Phone One M602, M602+, (USB Modem) E500 และรุ่นอื่นๆ รวมแล้วกว่า 10 รุ่น
นายสมชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “การติดตั้งเครือข่าย HSPA ของเอไอเอส ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่สอดคล้องกับความต้องการ โดยตั้งเป้าให้มีสถานีฐานทั้งหมดรวมแล้วมากกว่า 500 สถานี ทั้งนี้จะทยอยขยายพื้นที่ครอบคลุมมากขึ้นตามลำดับใน 3 จังหวัด คือ กรุงเทพ, เชียงใหม่ และชลบุรี ที่จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ต้นปี 2552”
07:31 | ป้ายกำกับ: 3G, AIS, mobile, technology | 0 Comments
