CO.CC:Free Domain

iPad 2 มาแล้ว ดู Spec รายละเอียด ราคากันได้เลย

แอปเปิลเปิดตัว iPad 2 แล้ว สตีฟ จ็อบส์ สรุปภาพรวมว่าในปี 2553 ที่ผ่านมาตลาด Tablet PC คิดเป็นมูลค่า 9,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย Apple มีส่วนแบ่ง 90% หรือจำหน่าย iPad ได้ถึง 15 ล้านเครื่องในช่วง 9 เดือนของปีที่แล้ว จึงอาจจะเรียกได้ว่าปีที่ผ่านมาเป็นปีแห่ง iPad ก็ว่าได้ ที่สำคัญในปัจจุบันมี App สำหรับไอแพดแล้วกว่า 65,000 Apps

ปีนี้ Apple มองว่าอาจจะเป็นปีแห่งการลอกเลียนแบบที่มีผู้เล่นอยากเข้าตลาดนี้มาก ทั้งแอนดรอยด์ ซัมซุง เอชพี แบล็คเบอร์รี่ โมโตโรลล่า แต่แอปเปิลก้าวไปอีกขั้นด้วยการออกแบบ iPad 2 ใหม่หมด บางกว่าเดิมถึง 33% หรือหนาเพียง 8.6 มิลลิเมตรซึ่งถือว่าบางกว่าไอโฟน 4 เสียด้วยซ้ำโดยเจ้า iPad 2 จะใช้ชิป A5 แบบ Dual Coreที่มีความเร็วในการประมวลผลมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า และแสดงกราฟิคได้เร็วกว่าเดิม 9 เท่า แต่แบตเตอรี่ยังมีอายุการใช้งานได้ 10 ชั่วโมงเท่าเดิม

iPad 2 จะเปิดตัวพร้อมกันทั้งสีขาวและสีดำในสหรัฐอเมริกาวันที่ 11 มีนาคมนี้ และจะเปิดตัวอีกอย่างน้อย 25 ประเทศในวันที่ 25 มีนาคม โดยราคาที่จะวางจำหน่ายถ้าเป็นรุ่น WIFI ความจุ 16GB ราคา 499$ 32 GB ราคา 599$ และ 64 GB ราคา 699$ แต่ถ้าเป็นรุ่นWIFI+3Gถ้าเป็นความจุ 16GB ราคา 629$ 32 GB ราคา 729$ และ 64 GB ราคา 829$

ไอแพดสองสามารถต่อออกจอด้วยสาย HDMI โดยให้ Outputขนาด 1080p นอกจากนี้ยังจะจำหน่าย Smart Case ที่เป็นชิ้นส่วนสำหรับปกป้องหน้าจอไอแพด ที่สามารถนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ตั้งไอแพดได้ ซึ่งมีหลากสีให้เลือก และปิดบนหน้าจอไอแพดสนิทด้วยแม่เหล็ก ถ้าเป็นพลาสติกส์ ราคาอยู่ที่ 39$ และถ้าเป็นรุ่นหนังราคาจะอยู่ที่ 69$

ที่สำคัญ iPad 2 จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ IOS 4.3 ที่จะเพิ่มศักยภาพการทำงานให้กับ Safari การแบ่งปันข้อมูลผ่าน iTunes ในบ้าน การส่งข้อมูลผ่าน Air Play นอกจากนี้ IOS 4.3 จะทำให้ไอโฟน 4 สามารถให้บริการแบ่งปันอินเตอร์เน็ต หรือทำงานเป็นลักษณะ Personal Hotspotได้ทันที

iPad 2 จะมาพร้อมกับกล้องทั้งด้านหน้าและด้านหลังด้วยคุณภาพคมชัด โดยจะมีโปรแกรม PhotoBooth ที่สามารถถ่ายภาพและเลือกการแต่งภาพได้ 9แบบได้ทันที ที่สำคัญการ iPad 2 จะมาพร้อมกับ FaceTime ซึ่งจะทำให้สามารถทำ Video Call ไปยังผู้ใช้ Iphone 4, Ipod Touch หรือแม้แต่เครื่องแมค ก็ทำได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ผู้ที่รักเสียงเพลง การแต่งเพลง จะต้องชอบโปรแกรม Garage band ที่สามารถต่อเชื่อมเครื่องดนตรีได้หลากหลาย สามารถผสมเสียงได้ถึง 8Tracks และมีเครื่องเล่นดนตรีบน iPad แล้วถึง 8 ชนิด เช่น เปียโน ออร์แกน, กีตาร์, กลอง, เบส ซึ่งเมื่อแต่งเพลงเสร็จแล้วสามารถอีเมล์เพลงไปให้เพื่อนได้ทันที

ที่มา VoiceTV

The Beautiful Stitch Bullion Stitch AKA Rolled

In addition, the mesh rolled known the sting of a gold bar of complex points and advanced in crochet, tatting and Cro-tatting uses addiction. It can also be added to knitting and art of other fibers, such as trim.

The only requirement for a gold bullion is that you must implement a hook to get this scam. Several packages of wire (or wires) to the hook point is the basis of Bullion and therefore the development of a round 'Hold' is in placecomplementing it. Here are a few simple steps and helpful tips and instructions for the test sample to make things easier.

For the thread that I like a steel size # 5, # 6 and # 7 hook use
1) Chain 20 (which is just a number in my head a foundation for the practice of giving.
2) YO 7 times
Note: You may find it easier if you keep the packaging to keep close to the thumb. Thus, the cycles larger and easier to pull the hook through. These rings are nexteach other so that together resemble a coil or spring. This is the key in drawing the hook through your wraps.
3) Insert the hook in 4th chain from hook
4) YO
5) Draw yarn through all 7 loops and
Note: This is achieved by maintaining the pressure surrounding the hook, push all the boxes at the end of the hook. I continued to do this with the help of the finger, which is usually on top of hook to keep under wraps.

Also, when I pull the wire through the developmentgiven chain, to change (as I delivered) to keep the packages freely with my left hand. Then, making sure that the hook can be pointed down, pull the hook through the housing.
6) O, CH 1
NOTE: At this point, the bar is still very sensitive. So, yet packs in his left hand, grab the wire and slide it to the top of the gold market wraps until the CH 1 Otherwise, it will do the CH-1 on the gold market and that will cause gold bullion angleon the side and not stand up straight and pretty.
7) DC next trick
8) Repeat 1-7 until the end of the line.

If you find 7 packs that work too, start with just four laps. Increase of 7 if you are comfortable with 4.

This should be on track to crochet and tatting is made with fine mesh of gold bullion.

Reb A - A Great New Sweetener

If you've read lately on Stevia, and you may have noticed, "GRAS classified" evidence of Reb A, also known as rebiana or more officially known, was won rebaudioside A. These natural sweetener from the leaves of the stevia plant finally as a (generally recognized as safe) food additive by the FDA in December last year.

Keep in mind that obesity is practically an epidemic in the United States, this is clearly an opportune time for the natural, zero calories Reb Abe available to consumers.

What exactly is Reb A?

Reb A is from the plant Stevia rebaudiana, which grows naturally in South America. Natives there have been with the leaves of this plant as a sweetener for centuries. A substance known scientifically steviol glycoside rebaudioside A is produced from the leaves of this plant herbs and Reb A is extracted from it.

Although rebiana is one of many ofsweet substances which can be extracted from the stevia plant, is not with stevia, you can find in health food stores as dietary supplements are confused.

Reb A is incredibly intense in terms of sweetness. Stevia extract powder and other forms of stevia sweeteners are typically 300 times sweeter than sugar. This substance is also very sweet, at least 200 to 300 times the sugar that you have your cereal. Reports dovary, as it shows an up to 450 times sweeter.

Regardless, it is widely regarded as one of the best and sweetest flavor of all Steviolglykoside different people.

Currently, Reb A rebiana or trade names are in the market in a variety. These include PureVoice and Truva. Of course, the Company completed the sale of this product, value very much the fact that it comes from a plant, using natural sweetener. This canbe very attractive to many consumers who care about the potential hazards most commonly reported non-natural sweeteners such as aspartame, saccharin and sucralose.

How Sweetleaf Stevia Reb-A has a long list of advantages that make it the ideal choice for people of all kinds. The following is a list:


It has zero calories, so it does not contribute to weight gain

It does not cause any spikes or drops in blood sugar, which is especially useful for people with diabetesor hypoglycemia

It only takes a small amount of a sweet high-level bid

It 's great for cooking and oven

It helps make the bacteria in the mouth, plaque less, and therefore less tooth decay and other oral health problems

E 'considered to be completely safe and has no proven side effects

It dissolves easily in water

The sweet taste of sugar is more durable

Now that is marketed in the United States, it will be interesting to see if consumers moreTop of the elections compared to other sugar alternatives A Reb. Considering all these great benefits, this is definitely to be considered a sweetener!

คาดราคาเมนบอร์ดอาจปรับตัวเพิ่มขึ้น 5-10% ในช่วงครึ่งแรกปีนี้

สื่อเว็บไซต์อุตสาหกรรม DigiTimes คาดการณ์ว่า ภายในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ราคาเมนบอร์ดอาจมีการปรับตัวสูงขึ้นราว 5-10% โดยเฉลี่ย หรืออาจจะเกิน 15% ทั้งนี้จะต้องอาศัยตัวแปรสำคัญอื่นๆ

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ บริษัทผู้ผลิตเมนบอร์ดอันดับหนึ่งจากไต้หวัน Asus ก็พร้อมที่จะมีการปรับราคาขายเมนบอร์ดแล้ว โดย Chewei Lin ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจเมนบอร์ดของอัสซุสเทค กล่าวว่า ราคาขายที่จะมีการเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น จะต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและตำแหน่งของสินค้านั้นๆ

สำหรับราคาขายที่มีการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเป็นตอบสนองปัญหาการขาดแคลนแรงงานในเมืองจีน บวกกับสภาวะค่าเงินดอลล่าร์แข็งตัว และการขึ้นราคาของอุปกรณ์ชิ้นส่วนย่อยๆ อาทิเช่น ทองแดงที่ปัจจุบันตลาดมีราคาขายพุ่งสูงถึง 9,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 30% จากหกเดือนก่อน อย่างไรก็ดี เราคาดการณ์ว่าค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคจะยังไม่เพิ่มขึ้นมากจนน่าตกใจ เพราะการขยายตลาดของเมนบอร์ดและราคาชิ้นส่วนที่สามารถผลิตได้เอง

ถึงแม้ว่าจะเป็นข่าวดีที่ว่าผู้บริโภคอาจจะไม่ต้องควักกระเป๋าเพิ่มเพื่อซื้อเมนบอร์ดในราคาที่แพงกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้วคงไม่มีใครที่จะซื้อเมนบอร์ดมาใช้งานเพียงอย่างเดียว ซึ่งตรงจุดนี้ถ้ามันเป็นไปตามที่สำนักข่าวคาดการณ์ไว้ เราก็เชื่อว่ามันคงยากที่จะคาดเดาถึงความผันผวนของแต่ละชิ้นส่วนที่จะส่งผลกระทบต่อการขายคอมพิวเตอร์ด้วย

รวมเทคโนโลยีไอทีน่าสนใจในรอบปี 2553 (ต่อ)

ระบบนำทาง GPS ได้รับความนิยมมากขึ้น ราคาถูกลง ทุกคนรู้จัก GPS กันมากขึ้น มีการพัฒนาแผนที่นำทาง การตั้ง POI จุดที่น่าสนใจไว้ให้ การผสานกับ Social Networking มากขึ้น

กล้องดิจิตอล กล้องวีดีโอราคาถูกลง รองรับการอัพโหลดขึ้นสู่ youtube ได้ง่ายไม่ต้องลำบากแปลงไฟล์

อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล SSD ได้รับความนิยมมากขึ้น ในขณะที่ USB Flash drive มีราคาถูกลง เริ่มต้นที่ 2 / 4 / 8GB
ก็คุ้มสุด ๆ รวมไปถึงการพกพา External Hard Drive กันมากขึ้น เริ่มต้น 250 / 320 / 500GB จนถึง 1TB ก็เป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว

ที่ไม่พูดถีงไม่ได้เลยก็คือ ตลาดมือถือปีนี้ ทัชโฟนราคาไม่กี่พัน จนไปถึงหลายหมื่นออกมาให้เล่นกันเยอะมาก กล้องถ่ายรูปเป็นคุณสมบัติสำคัญไปเสียแล้ว สองพันกว่าบาทก็มีกล้อง ฟังวิทยุ ฟังเพลงได้สบาย

การใช้อุปกรณ์พกพานอกสถานที่บ่อยๆ ทำให้เทรนด์การใช้งาน Mobile Booster ชาร์จไฟแบบพกพา มีมากขึ้น มีการใช้งาน data หนักขึ้น การใช้งาน Air Card มีมากขึ้น ทำให้ทุกคนสามารถใช้โน้ตบุ๊ก เน็ตบุ๊กได้ทุกสถานที่
ไม่ต้องง้อ Wi-Fi เพราะมี Air Card แบบ USB ทุกค่ายมือถือมีจำหน่าย

และปีนี้ก็คือปีทองของ SmartPhone อย่าง BlackBerry, iPhone, Android ต้นปีหลายๆคนได้มีโอกาสสัมผัสกับ Google Nenus One ต่อมาก็มาที่ความแรงของ Samsung Galaxy Spica, Wellcom A88 ที่สร้างชื่อให้ Wellcom จนมาถึง iPhone 3GS ที่ดีแทค นำเข้ามาขาย แล้วต่อด้วย iPhone4 การเข้ามาของ BlackBerry ที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทุกอย่างของคนต้องกดบีบีแช็ตตลอดเวลา ถ่ายรูป โพสลง Facebook, twitter ตลอด

การเข้ามาของการเชื่อมต่อ USB 3.0 การใช้งาน Bluetooth / Wi-Fi เป็นเรื่องธรรมดามาก ทุกคนรู้จัก EDGE / GPRS ไม่ต้องสาธยายความ หลายๆคนได้สัมผัสกับ 3G ในบางพื้นที่

ในส่วนของซอฟต์แวร์อย่าง Anti-virus ก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น ราคาถูกลง หลายๆคนใช้ของแท้ อัพเดตตลอด รู้จักแบรนด์ของ Anti-virus กันมากขึ้น

จากอาญชกรรมต่างๆ ทำให้กล้องวงจรปิดได้พัฒนาไปมาก มีการปรับปรุงซอฟต์แวร์ พัฒนาความละเอียดในการถ่ายภาพ การตรวจจับวัตถุเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ฉลาดขึ้น

การตัดต่อ Youtube เริ่มมีการพูดถึง มีบทบาทมากขึ้น เพราะทุกคนผลิตสื่อได้เอง

ส่วนระบบปฏิบัติการในปีนี้ ใครๆก็ใช้ Windows 7 ของแท้ ที่มีมาพร้อมกับโน้ตบุ๊กหลายๆรุ่น หลายคนเริ่มหันมาใช้ Windows 7 กันมากขึ้น ในขณะที่หลายๆคนก็หันไปซื้อ MacBook, iMac กับราคาเครื่องที่ถูกลงกับ OS ใหม่ๆ

นวัตกรรมใหม่อย่าง มินิโปรเจคเตอร์ของ 3M ก็ถือว่าปฏิวัติวงการ การนำเอาหน้าจอบน iPhone ไปนำเสนอบนโปรเจคเตอร์ขนาดพกพา ที่ให้ความสามารถที่น่าทึ่งในแบบพกพา

หลายค่ายลงมาเล่นในกลุ่มสินค้าลำโพงพกพา และโฮมเธียเตอร์ สำหรับ iPhone, iPod มากขึ้น สินค้าที่รองรับ iPad ก็มีมากขึ้นด้วยเช่นกัน

การเปิดตัวของมือถือหลายค่ายที่น่าจับตาอย่าง Acer, ASUS ที่หันมาเล่น Android รวมไปถึง LG, Samsung, HTC ที่ยกขบวนเข้ามา

กลุ่มสินค้าที่เป็น Online Streaming หรือ media player อย่าง WD TV Live ก็ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตอบรับกระแสของ Home Entertainment

กระแสแรงที่ไม่พูดไม่ได้เลยก็คือ Microsoft Office 2010 ที่ของแท้แบบ Home & Students ถูกน่าใช้มาก การทำงานต่างๆไหลลื่นกว่าเดิม แนะนำว่า ปีหน้า คุณก็ต้องใช้ Office 2010

หากมองกันจริงๆ ปีนี้ถือว่าตลาดออนไลน์โตเร็วมาก ทำให้อุปกรณ์และอุตสาหกรรมทุกอย่างเติบโตอย่างรวดเร็ว มีองค์ประกอบหลายๆอย่างทำให้ไอทีเติบโตได้เพราะอินเทอร์เน็ตเข้าถึง EDGE 3G เข้าถึง สินค้าไอทีโตขึ้น รอติดตามว่าปีหน้า 54 จะมีอะไรดีๆ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม PCToday ครับ

บทความโดย yokekung จาก www.pctodaythailand.com
Kids Electric Toothbrush Online Shop

รวมเทคโนโลยีไอทีน่าสนใจในรอบปี 2553

วันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเสียเหลือเกิน PCToday ในฐานะสื่อหนึ่งที่อยู่เคียงข้างคนไอทีมาโดยตลอด ได้แนะนำการเลือกซื้อ การใช้งานสินค้าต่างๆ ลองมาย้อนดูว่า ปีนี้ มีเทคโนโลยีอะไรที่เคลื่อนไหวบ้าง

ตั้งแต่ต้นปี กระแสการเปิดตัว Tablets อย่าง iPad และ HP Slate ก็เป็นข่าวหนาหู จนถึงวันเปิดตัว iPad ที่ช่วงแรกที่เป็นข่าวหนาหู ในการเปิดตัว Tablets ที่รองรับการอ่าน E-Books ทำให้ปีนี้ทุกคนมองกระแส E-Books มาแรง สื่อดิจิตอลเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ค่าบริการอินเทอร์เน็ตถูกลง มีการเพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่อ (ดาวน์โหลด) มากขึ้น

ในขณะเดียวกันการเติบโตของ Youtube ก็ทำให้เราใช้การอัพโหลด มากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน รวมไปถึงการเป็นสื่อพลเมือง User-Generated contents ได้เอง ทุกคนมี Social Network สามารถใช้งานเป็น Social Media ได้
ทุกคนมี blog, facebook, twitter, webboard มีสื่อของตนเอง

สิ่งที่ทุกคนได้สัมผัสในปีนี้ นอกจากโน้ตบุ๊ก เน็คบุ๊ก ที่มีการพัฒนาความเร็วแล้ว การเชื่อมต่อ 3G ก็ถูกพูดถึงมากที่สุดในปีนี้
การนำเอาเทคโนโลยีมือถืออย่าง RFID เข้ามาช่วยอย่าง Touch SIM การจำหน่ายอุปกรณ์ Mi-Fi การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงาน ความปลอดภัย ได้รับการพูดถึงมากขึ้น

เครื่องพิมพ์เลเซอร์สีเองก็ได้พัฒนาไปมาก ราคาก็ถูกลง จอภาพก็ใหญ่ขึ้นราคาเป็นเจ้าของได้มากขึ้น อุปกรณ์จัดเก็บอย่าง External Harddrive ก็มีการพัฒนาขึ้นมาก ความเร็วมากขึ้น ไม่ได้เพิ่มแค่ความจุ การเชื่อมต่ออย่าง eSATA, SATA3 มีให้เห็นมากขึ้น

Visual Computing, Cloud Computing ได้รับความนิยมมากขึ้น มีการพูดถึงมากขึ้น สิ่งที่พลิกวงการซีพียูคือการเปิดตัว ซีพียู อินเทล คอร์ i3, i5, i7 ตอบโจทย์การใช้งานในแต่ละรูปแบบ

การ์ดแสดงผลได้รับการพัฒนามากขึ้น ทั้งบนเดสก์ทอปและโน้ตบุ๊ก เน็ตบุ๊ก รวมไปถึงอุปกรณ์พกพาต่างๆ ในการแสดงผลแฟลช การรันแอพพลิเคชั่นต่างๆ เกมต่างๆที่ออกมาในหลากหลายอุปกรณ์

จอภาพก็ได้รับความนิยมมากขึ้่น หลายๆคนเริ่มใช้จอ 2 จอในการทำงาน เพราะจอเดียวอาจไม่พอในการทำงานแบบ Multi-tasking และการใช้งานความบันเทิง

พอร์ตเชื่อมต่อก็เปลี่ยนไป HDMI, Mini HDMI, DVI ได้รับการพัฒนามากขึ้น เป็นมาตรฐานมากขึ้น แถมตอนนี้หลายๆคนเริ่มต่อหลายจอ ทำให้การรับชมเพลิดเพลินมากขึ้นด้วย

ในทุกๆเทคโนโลยีหันมาสนใจด้านการจัดการพลังงานมากขึ้น การบริหารการใช้งานแบตเตอรี่ การออกแบบหน้าจอของอุปกรณ์พกพาต่างๆ การใช้เทคโนโลยีของการผลิตหน้าจอ มีผลในการทำงานของแบตเตอรี่ด้วย และการลดเสียงรบกวนในการใช้งานก็เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติยอดฮิตในปีนี้

ติดตามต่อได้ในโพสต์หน้าครับ...

บทความโดย yokekung จาก www.pctodaythailand.com
Best Kids Electric Toothbrush

Apple เผยเตรียมเร่งเพิ่มกำลังผลิต iPhone ในปีหน้า

ตัวแทนจาก Apple ได้ออกมากล่าวรายงาน คาดว่าในไตรมาสถัดไปจะสามารถส่งออกไอโฟนได้มากถึง 20-21 ล้านเครื่องทั่วโลก โดยเกือบๆ 25% ของทั้งหมดจะเป็นโทรศัพท์มือถือระบบ CDMA

โดย DigiTimes ได้รายงานข่าวว่า อ้างอิงจากแหล่งข่าวที่มาตามปกติโดยตัวแทนซัพพลายเออร์ไต้หวัน ระบุ Apple ตั้งเป้าส่งออกไอโฟนในไตรมาสแรกของปี 2011 ไว้อยู่ที่ราว 20-21 ล้านเครื่อง จากเดิมที่มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 19 ล้านเครื่องก่อนหน้านี้
ซึ่งตัวแทนซัพพลายเออร์ที่ผลิตส่วนประกอบชิ้นส่วนให้กับไอโฟนยังได้กล่าวคอนเฟิร์มยืนยันถึงความพร้อมในครั้งนี้อีกด้วย

ถ้าเรื่องนี้เป็นความจริง จะเท่ากับว่า มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดจาก 15.5 ล้านเครื่องในไตรมาสที่สี่ โดยตลอดปีที่ผ่านมา Apple น่าจะสามารถส่งออกไอโฟนได้ราว 47 ล้านเครื่องทั่วโลก สำหรับในไตรมาสแรกหน้านี้ Apple ตั้งเป้าว่าจะส่งออกไอโฟนที่รองรับระบบ CDMA ประมาณ 5-6 ล้านเครื่อง โดยจะรันบนเน็ตเวิร์กของ Verizon ซึ่งทั้งหมดตั้งใจจะส่งออกไปขายยังอเมริกาเหนือและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในช่วงไตรมาสแรก เพื่อเติมเชื้อเพลิงให้กับ Verizon ในการเข้ามารับหน้าที่เป็นตัวแทนผู้ให้บริการไอโฟนในไตรมาสต่อๆไปนั่นเอง

Source : CNET

Designed by Posicionamiento Web | Bloggerized by GosuBlogger | Blue Business Blogger